ในขณะที่ผมกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่นั้น เป็นวันที่ประเทศไทยประกาศรัฐประหารครับ เมื่อตอนเย็นผมตื่นมาจากการหลับกลางวัน เสียงเด็กร้องไห้ คนโวยวาย ผมเอามือออกไปเปิดผ้าม่านที่หน้าต่าง เห็นรถถังของทหารกำลังผ่านหน้าไปแบบสโลโมชั่น พร้อมเสียงวิทยุประจำเมืองให้คนอพยพให้เร็วที่สุด...
สัด ไม่ใช่ล่ะ! เล่าเป็นหนังสงครามดร่าม่าเลย อันที่จริงผมตื่นมาแล้วแฟนบอกว่าบ้านเมืองกำลังวุ่นวาย
ผมที่คิดว่าตัวเองต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยประเทศชาติเป็นสิ่งแรกแล้ว นั่นคือการ!...ลุกจากที่นอนมาเปิดfacebookนั่งเลื่อนเมาส์ทำหน้าโง่ๆเพื่อดูข่าว(คือมึงพูดซะเท่เลย) เนื่องจากทีวีที่บ้านกลายเป็นช่องดีเจเปิดเพลงตามใจทหารไปซะทุกช่อง เช่นเพลง หนักแผ่นดินนี่พีคสุด อยากจะโหลดทำเป็นเสียงเรียกเข้า ถ้าโทรไปขอเพลงได้จะดีมากเลยครับ ฮ่าๆ
หลังจากที่ผมดูสถานการณ์ทางเฟสบุ๊คเหมือนองค์กรป้องกันอุตกาบาทตกใส่โลก(คือมึงจริงจังมากครับ) ผมกับแฟนก็คิดว่าแย่ล่ะข้างนอกนี่มันต้องเงียบสงัด มีเสียงเครื่องบินบินกันเยอะไปหมด แถมเพื่อนผมบางคนก็ยังหา รถกลับบ้านไม่ได้คนเขาแย่งกันกลับ ผมรู้สึกไม่กล้าออกไปข้างนอกเลยครับ แต่พี่ทหารแกบอกว่าห้ามออกเด็ดขาดหลังสี่ทุ่ม (แล้วตอนนี้ข้าวยังไม่ได้กิน) ผมเลยตัดสินใจ ลุยออกไป ตอนแรกนี่คิดว่าต้องวิ่งหลบระเบิดซ้ายขวา แล้วมุดลวดหนาม ในมือถือถุงข้าวแกง เอาข้าวกลับมาให้จงได้
แต่พอผมออกไปข้างนอก สถานการณ์แม่งเหมือนหนังคนละม้วนเลยครับ ผู้คนออกมาซื้อของ เหมือนเดินอยู่เยาวราช แถมเยอะกว่าปกติ เข้าไปในเซเว่นนี่ต่อคิวยาวกว่าปกติ เสมือนน้ำกำลังจะท่วม เดินผ่านไปก็ได้ยินคนคุยกันเชิงตลกขบขันกับ รัฐประหาร รู้สึกชิลมากครับ นี่สิประเทศกูแม่งไม่ให้ความร่วมมือกับอะไรทั้งสิ้น ยังไงไม่รู้กูชิลก่อน เท่มากครับพี่ไทย
แล้วก็มีข่าวออกมาว่าจะทหารจะตัดเน็ต โอ้วเดือดร้อนกว่าไอ้คำว่ารัฐประหาร ย่อหน้าแรกกันอีกครับ คนไทยออกมาโวยในเน็ตว่าตัดทำไมๆๆๆ เหมือนตัดแล้วจะอยู่ไม่ได้ ทหารคงคิดว่า แล้วที่กูประกาศรัฐประหาร พวกมึงชิลกันจังนะสาส
แต่ยังไงก็ตามไม่มีการตัดครับเป็นข่าวลือ (อุตสาโหลดหนังไว้ตั้งเยอะกลัวไม่มีไรทำครับ) แต่บางที่ผมก็อยากให้ตัดอินเตอร์เน็ตไปซักเดือน เพื่อที่คนไทยจะได้ไม่ต้องก้มหน้าก้มตา กดมือถือ แล้วมีเวลาทบทวนกับตัวเองบ้าง ว่า คุณทำอะไรให้ประเทศ ให้คนรอบข้าง นอกจากกดlikeในเฟสบุ๊คบ้าง.
ยอดเพ็ชร อำนาจดีมีสกุล

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น