วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558
แดงเดือดเลือดสาด
ขึ้นชื่อว่าวันแดงเดือดแล้วทุกคนคงรู้กันว่ามันเป็นวันที่โหดสัสแน่นอนเพราะเป็นวันที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือดแล้วอารมณ์เสียง่าย(ไม่ใช่แล้วสัส) ล้อเล่นครับเป็นวันที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตาดู เพราะ2โครตทีมแห่งเกาะอังกฤษจะมาฟาดแข้งและแฟนบอลจะฟาดปากกัน(โหดสัสกันเหลือเกิน)ชนิดที่ตายกันไปข้าง
แม้ว่าเราจะสนิทกับเพื่อนมากแค่ไหนแต่ถ้าเชียร์บอลแมนยูหรือลิเวอร์พูลกันคนละทีม จะต้องเป็นศัตรูกันภายในจิตใจลึกๆแน่นอน เหมือนกับว่าโดนหมอที่ทำคลอดให้ฉีดสเต็มเซลล์แห่งการเกลียดชังทีมตรงข้ามไว้ตั้งแต่เกิด แต่ที่สนุกมากกว่าเกมฟุตบอลคือกองเชียร์นี่ล่ะครับ โดยเฉพาะชาวไทยแมน ที่แขวะกันได้โหดสัสนรกแตก แล้วแม่งโยงเข้าเรื่องนี้กันได้ทุกเรื่อง ดังเหตุการณ์ตัวอย่างต่อไปนี้
1 เหตุเกิดตอนจะกินข้าวกลางวัน/เอ้ยวันนี้กูอยากกินเป็ดย่างว่ะ/อ้าวไอ้สัสมึงด่าทีมกูหรอ/ด่าเหี้ยไรกูหิว เฉยๆ/แล้วทำไมมึงต้องอยากแดกเป็ดด้วย/อ้าวนี่กูผิดใช่มั้ยเนี้ย
2 เหตุเกิดตอนนั่งดูข่าว/เอ้ยนักการเมืองสมัยนี่มันโกงเนอะ/เออโกงเหมือนแมนยูไง/อ้าวไอ้สัสนี่มึงด่าทีมกูหรอ/มึงร้อนตัวหรอแสดงว่ามึงโกงจริงดิ/ไอ้สัสต่อยกับกูมั้ย
ความโหดสัสของสองทีมนี้ยังไม่หมดครับ เพราะมาบวกกับการเป็นคนไทยที่รักสถาบันมาก เช่นกูเทคโนมึงเทคนิคเจอกูแน่สัส แล้วก็ตีกัน #ความรัก(ทีมตัวเอง)ก็เช่นกัน
และมันพีคทันทีผมเห็นข่าว แดงเดือด สมชื่อ แฟนทีมผี ซัลโวดับเด็กหงส์ ยิงดับคาร้านเหล้า เหตุเชียร์เสียงดัง แม่เจ้าโหดสัสแดงเดือดจริงๆ แล้วสุดท้ายก็ ตายและอินเดอะคุกกันไปตามๆกัน
ทางสโมสรเขาจะรู้มั้ยเนี้ยว่าพี่รักเขาขนาดนี้ ยิงคู่อริเพียงเพราะเชียร์คนละทีม พี่ควรถูกปั้นเป็นอนุสาวรีย์หน้า โอแทฟฟอร์ด แต่ตัดภาพมา พี่แกนอนคุกนะครับ เพื่อ!
อย่าเชียร์บอลเกินเหตุ อย่างกับว่าพ่อเป็นหุ้นส่วนสโมสรแบบนี้กันเลยนะครับ
ดูเอาสนุกดูเอามันเป็นพอเพราะนักกีฬาจบเกมส์เขาก็เป็นเพื่อนกันครับ แต่! มันยังไม่จบครับ
ความมันส์ที่แท้จริงมันคือหลังจากจบเกมส์แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นต้องเจอกับเพื่อนที่อยู่ทีมตรงข้าม
ไม่ว่าในที่ทำงานหรือโรงเรียนเช่น
เอ้ยเป็นไงวะเมื่อคืนกูไม่ได้ดูเลยผลบอลเท่าไรวะ
(อันที่จริงพี่แกนั่งดูยันจบแต่แกล้งเนียนเพื่อถามผลตอกย้ำฝ่ายตรงข้าม)
เอ้ยวันนี้กินไรก็ได้นะแต่ไม่กินเป็ดเมื่อคิืนกูแดกอิ่มแระ
เอ้ย วันนี้อารมณ์ดีว่ะเมื่อคืนกูเพิ่งทำบุญส่งผีกลับหลุมไป อนุโมทนากับกูหน่อยดิ
เอ้ยมึงก็ไปล้อมันพูดอะไรให้เกียรติผู้ตายด้วย
แล้วอีกมากมายที่ฝ่ายที่แพ้จะได้เจอจนถึงขั้นลางานรอให้เรื่องเงียบ(ละอายใจเหมือนกับไปฆ่าใครตาย)
ก็มี
เอาเป็นว่าแดงเดือดที่จะถึงนี่ เชียร์เอามัน ไม่ต้องยิงกันนะครับ เรื่องยิงให้นักเตะเขายิงประตูกันพอ
จบ90นาทีก็กลับบ้านไปเตรียมล้อเพื่อน วันรุ่งขึ้น/อ้าวสัส.
ยอดเพ็ชร อำนาจดีมีสกุล
ติดต่อพูดคุยกันได้ที่เพจ
https://www.facebook.com/pages/Yodpaet-Aumnajdeemeesakun/788603867871297?ref=hl
อ่านเรื่องอื่นๆได้ที่
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558
วันแต่งหน้าหนาแห่งชาติ
ไอ้สัส มึงยังอยู่อีกเร๊อะ/ไม่จริงมึงตายไปแล้ว/นี่มึงเป็นวอล์คเกอร์ ใน the walking deadใช่มั้ย/
นี่คงเป็นคำพูดที่คนอ่านบล็อกนี้กำลังจะบอกกับผมเนื่องจากหายไปนาน(อันที่จริงมึงก็นานทั้งปีนี่มึงตั้งใจจะทำปีละ2เรื่องหรอวะ)เอาล่ะครับ เนื่องจากบ่นกับใครไม่ได้ เอ้ย ! เนื่องจากคิดถึงบล็อกนี้จึงกลับมาบ่นให้ฟัง
ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ถึงตอนจบของชีวิตในรั้วมหาวิทลัยของผมแล้วครับ และก็เห็นรุ่นพี่หลายคนรับปริญญาและรุ่นเราก็ต้องถ่ายรูปชุดครุยทำเรื่องจบการศึกษาครับ ดูหน้ายิ่งดีและดีใจ จนกระทั่ง มีเหตุการ์ณที่ผมเรียกมันว่า วันสิ้นแป้ง หลังจากที่ผมได้ดูการแต่งตัวของพี่ๆบัณฑิตเพศหญิงในหลายๆมหาลัย โพสภาพลงเฟสแม่เจ้า เรียกได้ว่าถ้ามีเวทีแล้วถือทวนนี่ผมคิดว่าดูงิ้วอยู่ (คือพี่ครับนี่แต่งหน้าหรือปูนปลาสเตอร์)
เรียกได้ว่าถ้าเปิดบูธขายแป้งนี่รวยครับ แต่พอแสดงความเห็นก็จะได้ใจความมาว่า เสือก /จบ
อันที่จริงจากการวิจัย(เพียงคนเดียว)ได้พบว่าการที่เจ้ปูนปลาสเตอร์ เอ้ย ! พี่ๆบัณฑิตเพศหญิง เขาแต่งหน้าอย่างงี้กัน ผมขอเดาด้วยเหตุผลดังนี้ครับ
1 อยากขึ้นกล้อง แน่นอนครับช่วงนี้เขากำลังฮิตจ้างช่างภาพมาถ่ายรูป รับปริญญา กันให้ว่อน เลยอยาก จะให้มันใสๆขึ้นกล้อง โดย วลีเด็ด คือ มึงจะไปรู้อะไรแต่งหนาๆแบบนี้ล่ะพอในรูปมันจะออกมาสวย ตัดมาอีกภาพตอนได้รูปนี้ไม่ต่างเลยครับ งิ้วสัสๆ
2 อยากสวยที่สุด วันนี้คือวันของเขาครับเพราะเขาลำบากลำบนเรียนมานี่คือวันที่อยากสวยรองลงมาจากวันแต่งงานแค่นั้นเอง เลยต้องจัดเต็มอย่าให้ใครได้สวยกว่าครับ ยกตัวอย่างบทสนทนา เอ้ยมึงอีจอยแม่งแต่งหน้าร้านไหนวะ/ร้านเจ้อ้อยอ่ะมึงปีที่แล้วเขาแต่งให้รุ่นพี่สวยมาก/หรอๆ ไม่ได้แระกูต้องหาร้านที่สวยกว่ามัน/เออกูก็กำลังหาอยู่/แปปนะแม่โทรมา/ฮัลโหลแม่ไม่ว่างค่อยยินดีตอนพรุ่งนี้เช้าล่ะกันจะต้องรีบแต่งหน้า/จบ/แต่งหน้าสำคัญสุดนะครับ
3 อยากเป็นตำนาน อันนี้เป็นอะไรที่ล้ำลึกที่สุดเท่าที่สมองผมคิดได้ครับ จริงๆการแต่งหน้าในวันรับปริญญา มันเป็นการแผงปรัชญาของบรรดาเจ้ๆทั้งหลายครับ จริงๆแล้วที่เขาแต่งหน้าแระลงแป้งแบบให้เหมือนคนน้อยที่สุดเพราะเท่าที่เห็นมันจะเหมือนรูปปั้นครับหน้าแต่ละคนนี่ขาวเหมือนปูนซีเมน เพราะนี่ไงล่ะครับเหมือนหุ่นจะได้เป็นตำนาน เป็นอนุสาวรีย์ปริญญาธิปไตย
สำหรับผมนะถ้าได้รับปริญา ผมขอแค่ภาพจากกล้องธรรดาที่มีคนที่เรารักมีพ่อแม่ที่ค่อยช่วยเหลือส่งให้เราเรียนจบ แค่นั้นครับภาพเดียวเล่าได้ทุกอย่างครับ .
ยอดเพ็ชร อำนาจดีมีสกุล
ติดต่อกันได้ที่เพจ(เพิ่งสร้าง)
https://www.facebook.com/pages/Yodpaet-Aumnajdeemeesakun/788603867871297?ref=hl
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

